หนังออนไลน์ : หัวใจรักองค์รัชทายาท (The King in Love)

หนังออนไลน์ : หัวใจรักองค์รัชทายาท (The King in Love) ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง “วังอึน ซารังฮันดา” (The King Loves) ของ “คิม อีรยอง” เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวความรักขององค์ชายรัชทายาทแห่งราชวงศ์โครยอนามว่า “วังวอน” ซึ่งเป็นโอรสของพระราชาแห่งโครยอและเป็นหลานของฮ่องเต้ราชวงศ์หยวน โดยเขาเป็นโอรสของพระเจ้าชุงนยอล (พระราชาองค์ที่ 25 แห่งราชวงศ์โครยอ) กับองค์หญิงวอนซอก (พระมเหสีชางมก) ซึ่งเป็นชาวมองโกลและเป็นธิดาของกุบไลข่าน (จักรพรรดิหยวนซื่อจูแห่งราชวงศ์หยวน)

วังวอนถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทขณะอายุเพียง 3 ปี ด้วยความที่พระมารดาเป็นชาวมองโกล เขาจึงเป็นรัชทายาทองค์แรกในประวัติศาสตร์ที่มีสายเลือดผสม แม้จะไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่ขุนนางเพราะไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์ แต่ทุกคนก็ต้องก้มศีรษะเวลาอยู่ต่อหน้าเด็กอย่างเขา (เพราะเขาเป็นหลานกุบไลข่าน) วังวอนไม่เพียงเกิดมาเพียบพร้อมและมีบารมีสูงส่งกว่าใครๆ (แม้กระทั่งพระบิดา) แต่เขายังเปี่ยมไปด้วยรูปสมบัติ สติปัญญา และเสน่ห์ดึงดูด เขาชิงชังอำนาจเพราะอำนาจทำให้ทุกคนเกลียดเขา เขาเลยจำต้องปกปิดความฉลาดเฉลียวของตนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ

สำหรับเขาแล้ววังหลวงที่มีกำแพงล้อมรอบหลายชั้นคือโลกทั้งใบ เขามักใช้ชีวิตอย่างเดียวดายกระทั่งได้พบ “วังริน” (ซึ่งเป็นพระญาติ) ตอนอายุ 12 และกลายเพื่อนแท้นับแต่นั้นมา (วันแรกที่พบกันวังรินนำลูกอมมาปลอบใจวังวอนซึ่งกำลังเศร้า หลังพยายามปกป้องประชาชนจากการถูกพระบิดาข่มเหงเพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่เคียดแค้นพระบิดา แต่กลับถูกพระบิดารังเกียจเหยียดหยามและชี้ว่าประชาชนเป็นของตน ไม่ใช่คนที่มีสายเลือดหยวนปะปนอย่างวังวอน) วังรินเป็นคนแรกที่พาวังวอนออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอก โดยบอกว่านอกจากวังหลวงแล้วยังมีอีกโลกหนึ่งที่อยู่ด้านนอกซึ่งเป็นที่ๆ ประชาชนอาศัยอยู่ วังวอนอยากเห็นความเป็นอยู่ประชาชนเลยแอบตามวังรินไป (เนื่องจากต้องปลอมตัวเป็นสามัญชน วังรินเลยต้องช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้วังวอนเพราะวังวอนเปลี่ยนเสื้อผ้าเองไม่เป็น ขณะที่วังรินเองก็ไม่เคยถอดและสวมเสื้อผ้าให้ใคร)

และนั่นก็ทำให้วังวอนกับวังรินได้พบ “อึนซาน” ลูกสาวคนเดียวของ “อึน ยองแบค” ขุนนางและพ่อค้าที่มั่งคั่งและมีอิทธิพลมากสุดในโครยอ ทั้งคู่พบอึนซานครั้งแรกในวันที่ครอบครัวเธอเกิดโศกนาฏกรรม เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ “ซงอิน” (บัณฑิตและที่ปรึกษาพระราชาโครยอ) หมายปองทรัพย์สมบัติของใต้เท้าอึน จึงจัดฉากปล้นขบวนรถม้าของอึนซานและมารดา ด้วยรู้ว่าใต้เท้าอึนคิดที่จะให้อึนซานออกเรือนภายในปีหน้า เพราะปีหน้าอึนซานจะอายุครบ 12 ปี (ในยุคนั้นมีข้อห้ามไม่ไห้หญิงสาวที่อายุตั้งแต่ 13-20 ปีแต่งงาน เพื่อจะได้ถูกส่งไปเป็นบรรณาการหรือแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์หยวน) เขาเลยวางแผนสร้างสถานการณ์ให้ “วังจอน” (พี่ชายวังริน) เป็นวีรบุรุษช่วยหญิงงาม โดยหลอกโจรว่าจะมีขบวนสินค้าผ่านมาและเตรียมส่งนักฆ่าไปปิดปากทุกคนที่รู้เห็นเหตุการณ์ด้วย ครั้นวังวอนได้ยินว่าพวกโจรกำลังจะปล้นคาราวานขนสินค้าของใต้เท้าอึน เขาจึงคิดที่จะตามไปดูเพราะอยากเห็นกับตาว่าฝีมือเหล่าผู้คุ้มกันของใต้เท้าอึนจะเก่งสมคำร่ำลือหรือไม่ (เขาได้ยินว่าใต้เท้าอึนรวยกว่าและมีผู้คุ้มกันฝีมือดีกว่าพระราชา) วังรินเกรงว่าวังวอนจะเป็นอันตรายจึงบอกให้เขากลับวังพร้อมองครักษ์ ส่วนตนจะรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ทางการและเตือนใต้เท้าอึน แต่วังวอนห้ามไว้เพราะมั่นใจว่าองครักษ์ของตนรับมือโจรนับสิบได้แน่

ครั้นวังจอนพาพียอนมาส่งที่บ้านโดยเรียกเธอว่าคุณหนู ทั้งยังอ้างว่าพวกตนมาล่าสัตว์เลยเห็นเหตุการณ์พอดี ใต้เท้าอึนก็รู้สึกแปลกใจ หลังรู้ว่าภรรยาเสียชีวิตเขาจึงตรงดิ่งไปที่รถม้าและพบว่าอึนซานกำลังกอดศพมารดาพลางร่ำไห้ วังรินรายงานวังวอนว่าลูกสาวใต้เท้าอึนได้รับบาดเจ็บแต่เธอกับสาวใช้รอดชีวิตทั้งคู่ วังวอนอยากรู้ว่าลูกสาวใต้เท้าอึนบาดเจ็บมากไหม วังรินจึงอาสาไปสืบและแจ้งคำสั่งเสียให้เธอทราบ โดยบอกให้วังวอนกลับวังไปก่อนเพราะดึกแล้ว แต่วังวอนยืนกรานว่าจะบอกเธอด้วยตัวเอง เขารู้สึกผิดที่ไม่เชื่อคำพูดวังรินตั้งแต่แรก และคิดว่าหากตอนนั้นตนยอมให้วังรินไปแจ้งเจ้าหน้าที่และเตือนใต้เท้าอึนก็คงไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายเช่นนี้ ดังนั้นเขาจะถ่ายทอดคำสั่งเสียแก่เธอเองเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้

ใต้เท้าอึนพบว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสงสัยหลายอย่าง โดยเฉพาะคำบอกเล่าของวังจอนที่อ้างว่าตอนไปถึงคนของตน (ใต้เท้าอึน) ถูกฆ่าตายหมดแล้ว “กูฮยอง” (พ่อบ้าน) กล่าวว่าพวกโจรเสียชีวิตทั้งหมดคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือคนของวังจอน ใต้เท้าอึนไม่เชื่อว่าคนของตนซึ่งล้วนเป็นยอดฝีมือจะรับมือโจรถ่อยไม่ได้ อึนซานชี้ว่าคนร้ายไม่ใช่โจรธรรมดาเพราะพวกเขาไม่ต้องการเงินแต่ตั้งใจมาฆ่าทุกคน ครั้นรู้ว่าคนร้ายต้องการฆ่าทุกคนยกเว้นพียอน (ซึ่งสวมชุดและเครื่องประดับของอึนซาน) ใต้เท้าอึนจึงคิดเล่นตามน้ำด้วยการสลับฐานะและตัวตนของอึนซานกับพียอน เขาสั่งให้กูฮยองหาทางทำให้ทุกคนในบ้านปิดปาก และให้ปล่อยข่าวว่าลูกสาวตนได้รับบาดเจ็บจนเสียโฉมจึงไม่อาจเปิดเผยใบหน้าในที่สาธารณะได้อีกต่อไป อึนซานแทบไม่เชื่อหูเมื่อพ่อบอกให้เธอออกจากบ้านแล้วหนีไปให้ไกลที่สุด จนกว่าจะสืบจนรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังและทำไปเพื่ออะไรกันแน่ ซ้ำยังห้ามเรียกตนว่า ‘พ่อ’ เพราะนี่คือทางเดียวที่เธอและครอบครัวจะอยู่รอด

ขณะอยู่บนกำแพงบ้านใต้เท้าอึน วังรินขอให้วังวอนรอตนอยู่ที่นี่จากนั้นก็ลอบเข้าไปสังเกตการณ์ในบริเวณบ้าน วังวอนเห็นอึนซานจึงกระโดดลงจากกำแพงและลื่นล้ม อึนซานเห็นว่ามีผู้บุกรุกเลยถือไม้เดินเข้าไปหาวังวอนพลางถามว่าเขาเป็นใคร เธอคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับโจรที่พบในป่าเลยคิดที่จะร้องเรียกคนในบ้าน วังวอนรีบชี้ว่าตนมาที่นี่เพื่อถ่ายทอดคำสั่งเสีย ก่อนอธิบายว่าตนอยู่ในเหตุการณ์และได้พบนายหญิงบ้านนี้ ก่อนสิ้นใจเธอได้ฝากคำพูดสุดท้ายถึงลูกสาว อึนซานตบหน้าวังวอนรัวๆ ก่อนกระชากคอเสื้อและผลักเขาติดต้นไม้ จากนั้นก็ถามว่าเขาไปทำอะไรที่นั่น วังวอนสังเกตเห็นรอยเลือดที่แขนเสื้ออึนซานเลยคิดว่าเธอคือสาวใช้ที่รอดชีวิต เขาสารภาพว่าตอนนั้นตนรู้สึกกลัวเลยได้แต่แอบซุ่มดู จากนั้นก็ถามว่า ‘คุณหนู’ ออกมาพบตนได้ไหม อึนซานร่ำไห้พลางส่ายหน้า วังวอนเลยขอให้เธอช่วยถ่ายทอดคำสั่งเสียแทนตน

เขาจับมือเธอพลางกล่าวว่า “อย่าแค้นเคืองใคร จงเป็นคนเดิมที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ และดำเนินชีวิตต่อไป นั่นคือความปรารถนาของแม่” อึนซานพยายามทวนคำสั่งเสียแต่พูดไม่ออกเลยได้แต่ร้องไห้โฮ วังรินเห็นดังนั้นจึงเดินออกมาหาทั้งคู่และยอมรับว่าตนก็ได้พบนายหญิงเช่นกัน อึนซานถามวังรินว่าเธอ (แม่) ทรมานมากไหม ครั้นวังรินตอบว่า ‘ไม่’ อึนซานเลยหันกลับไปมองหน้าวังวอน วังวอนรีบส่ายหน้าเช่นกัน วังวอนกับวังรินเห็นอึนซานทรุดตัวร่ำไห้จึงคิดที่จะเข้าไปช่วยปลอบใจเธอ แต่วังวอนถึงตัวเธอก่อนวังรินเลยจำต้องวางมือ และได้แต่ยืนมองวังวอนปลอบใจพลางขอโทษอึนซาน (วังรินพบและมีใจให้อึนซานก่อนที่วังวอนจะเจอเธอ)

หลังจากนั้นเจ็ดปีทั้งสามคนก็ได้พบเจอกันอีกครั้ง แม้ต่างฝ่ายต่างจำกันได้แต่วังวอนกับวังรินยังคงคิดว่าอึนซานคือสาวใช้บ้านใต้เท้าอึน ขณะที่อึนซานเองก็ไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของสองหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ด้วยความที่วังรินเป็นเชื้อพระวงศ์โครยอที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ ประกอบกับเป็นผู้มีคุณธรรมและความสามารถ เหล่าขุนนางในราชสำนักจึงอยากเห็นเขาเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์แทนที่วังวอน แต่วังรินไม่สนใจอำนาจและราชบัลลังก์จึงเลือกที่รักษาความสัมพันธ์อันแนบแน่นและจงรักภักต่อวังวอน ปัญหาก็คือวังวอน วังริน และอึนซาน ต่างถูกเชื่อมโยงด้วยด้ายแดงแห่งโชคชะตา ทั้งวังวอนและวังรินต่างตกหลุมรักอึนซานอย่างถอนตัวไม่ขึ้นด้วยกันทั้งคู่ แม้วังรินจะพยายามหักห้ามใจหมายหลีกทางให้วังวอนแต่ก็ไม่เป็นผล อึนซานไม่อยากให้เพื่อนรักต้องมาบาดหมางเพราะตนจึงรู้สึกลำบากใจ เมื่อขุนนางที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับวังวอนสังเกตเห็นความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าของทั้งสามคนจึงคิดใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ หวังดึงวังรินมาเป็นพวกและเป็นเครื่องมือในการยึดอำนาจ ขณะเดียวกันก็ใช้อึนซานเป็นเหยื่อในการต่อรอง

RELATED POST

“ลาปอร์ตา” เผยบาร์เซโลนาตกลงสัญญาล่วงหน้า “เมสซี” แต่ ลาลีกาบอกปัด

"โจน ลาปอร์ตา" บิ๊กบอส "บาร์เซโลนา" ออกมาเปิดเผยว่า ทีมได้ตกลงสัญญาล่วงหน้ากับ "ลิโอเนล เมสซี" ไว้แล้ว แต่เป็นทาง "ลาลีกา" บอกปัด เพราะขัดกับกฎของพวกเขา โจน ลาปอร์ตา ประธานสโมสร "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ทีมดังแห่งศึก ลาลีกา…

“ฟาน เดอ เบค” เห็นต่าง เชื่อการมา “แมนยูฯ” ของ “โรนัลโด” ไม่ใช่เรื่องดี

กุยโด อัลเบิร์ต เอเย่นต์ของ ดอนนี ฟาน เดอ เบค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงการกลับมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีของ ฟาน เดอ เบค แน่นอน เนื่องจากจะยิ่งทำให้นักเตะในสังกัดเขามีโอกาสลงสนามน้อยลง โดย อัลเบิร์ต ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อในประเทศเนเธอร์แลนด์เอาไว้ว่า "การกลับมาของ…

“เปเล่” เฉลยเองเข้าโรงหมอผ่าตัดเนื้องอก

ปริศนาอาการป่วยของ "เปเล่" ตำนานแข้งแดนแซมบ้า ถูกเปิดเผยเรียบร้อย หลังเจ้าตัวแย้มเองเพิ่งขึ้นเขียงผ่าตัดเนื้องอกในลำไส้ใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เปเล่ ราชันลูกหนังชาวบราซิเลียน เปิดเผยแล้วว่า เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดกำจัดเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ไปเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว หลังมีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ว่า “ไข่มุกดำ” นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาแล้วถึง 6 วันด้วยอาการป่วยปริศนา “ดิ แอธเลติก” สื่อกีฬาชั้นนำ เผยว่า เปเล่ ซึ่งถูกตรวจพบเนื้องอกในลำไส้ใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว…

หงส์ยัน “เกอิตา” ยังปลอดภัยหายห่วง

ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน นาบี เกอิตา ห้องเครื่องพลังไดนาโม ยังปลอดภัยดี และพวกเขากำลังดำเนินการเพื่อช่วยให้ ดาวเตะวัย 26 ปี เดินทางกลับมายังเมืองลิเวอร์พูล หลังเกิดการรัฐประหารในประเทศกินี เกอิตา เดินทางกลับไปรับใช้ทีมชาติกินีในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกกับ โมร็อกโก เมื่อวันจันทร์…